รู้จักประกัน Active Health
ประกันสุขภาพที่ยิ่งออกกำลังกายเบี้ยยิ่งลด ให้คุณได้สนุกกับการออกกำลังกาย เพียงสมัครประกันสุขภาพ Active Health วันนี้
1สะสมก้าวเดิน
โดยสวมใส่ Smart Watchเพื่อบันทึกก้าวเดิน ในแต่ละวัน
2สะสมนาทีออกกำลังกาย​
จากอัตราการเต้นหัวใจที่อยู่ในโซนการออกกำลังกาย (cardio & peak zone โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Smart Watch)
3รับส่วนลดเบี้ยประกัน
สูงสุด 40% ทุกเดือน เมื่อออกกำลังกายครบตามเกณฑ์ที่กำหนดทุกสัปดาห์
สิทธิประโยชน์
คำจำกัดความสิทธิประโยชน์
[1] ผู้เอาประกันภัยต้องทำประกันภัยต่อเนื่องกันและชำระค่าเบี้ยประกันภัยเป็นงวดรายเดือนตามที่บริษัทฯ กำหนด เป็นระยะเวลา อย่างน้อย 24 เดือน  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกคืนอุปกรณ์ หรือให้ชำระเงินทดแทนกรณีที่ร่วมโครงการไม่ครบตามเวลาที่กำหนด สิทธิ ข้อกำหนดและเงื่อนไขการร่วมกิจกรรมเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิก สิทธิ ข้อกำหนดและเงื่อนไขสำหรับกิจกรรมนี้ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสมนาคุณอื่นที่มีมูลค่าเทียบเท่า โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าและตามที่บริษัทเห็นสมควร กรณีที่มีข้อพิพาท ให้ถือคำตัดสินของบริษัทฯ เป็นที่สิ้นสุด
[2] ความคุ้มครอง เงื่อนไขเป็นไปตามกรมธรรม์ และแผนความคุ้มครองที่เลือก
[3] เงื่อนไขที่กำหนดเกี่ยวกับการบริการพิเศษสำรองจ่ายเป็นเพียงบริการเสริมของบริษัทฯ ที่ทำไว้กับโรงพยาบาลในเครือข่ายเพื่ออำนวยความสะดวกให้ท่านไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น ผู้เอาประกันภัยอาจต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล ในบางกรณี เช่น รักษาในโรงพยาบาลนอกเครือข่าย หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วย หรือข้อมูลการเจ็บป่วยไม่ชัดเจน หรือเข้าข้อยกเว้นของกรมธรรม์ โดยบริษัทฯ จะพิจารณาค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยต่อไป
[4] ค่าเบี้ยประกันสุขภาพสามารถลดหย่อนภาษีได้ตามเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
เงื่อนไขการรับประกันภัย
- รับประกันภัย ตั้งแต่อายุ 20-50 ปี และต่ออายุ ได้จนถึง 55 ปี เท่านั้น
- ทั้งนี้ผู้ทำประกันต้องมีสุขภาพแข็งแรง และต้องไม่เป็นโรคประจำตัวเรื้อรัง ร้ายแรงมาก่อนสมัครทำประกันภัย
- รายละเอียดความคุ้มครอง ข้อยกเว้น  ผลประโยชน์การรักษาและจ่ายผลประโยชน์ เป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์
- การพิจารณารับประกันภัย ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของบริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด(มหาชน)
- ข้อมูลนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเพื่อประกอบการเสนอขายเท่านั้น ผู้ขอเอาประกันภัยควรศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและทำความเข้าใจเกี่ยวกับความคุ้มครอง ข้อกำหนดเงื่อนไข ข้อยกเว้น และผลประโยชน์ จากกรมธรรม์ ก่อนตัดสินใจทำประกันภัย
- กรณีมีคำถาม ข้อสงสัย ต้องการสอบถามเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ 02-200-7111
เลือกแผนประกันสุขภาพ
ประกันสุขภาพที่ยิ่งออกกำลังกายเบี้ยยิ่งลด ให้คุณได้สนุกกับการออกกำลังกาย เพียงสมัครประกันสุขภาพ Active Health วันนี้
Silver Package
ความคุ้มครองสูงสุดต่อปี
300,000 บาท
ค่าห้อง (ต่อวัน)
2,500 บาท
OPD (ต่อครั้ง)
1,000 บาท
1,500 บาท / เดือน
เมื่อออกกำลังกายตามเกณฑ์เหลือ 1,700 บาท / เดือน
Gold Package
ความคุ้มครองสูงสุดต่อปี
500,000 บาท
ค่าห้อง (ต่อวัน)
5,000 บาท
OPD (ต่อครั้ง)
1,500 บาท
2,500 บาท / เดือน
เมื่อออกกำลังกายตามเกณฑ์เหลือ 1,700 บาท / เดือน
Platinum Package
ความคุ้มครองสูงสุดต่อปี
1,000,000 บาท
ค่าห้อง (ต่อวัน)
10,000 บาท
OPD (ต่อครั้ง)
3,000 บาท
3,250 บาท / เดือน
เมื่อออกกำลังกายตามเกณฑ์เหลือ 2,050 บาท / เดือน
แอปพลิเคชัน Thaivivat Health
ดาวน์โหลด 2 ช่องทาง*
1. App Store สำหรับ iOS
2. Google Play Store สำหรับ Android
*หมายเหตุ : ไม่รองรับ smartphone รุ่นที่ไม่สามารถดาวน์โหลดผ่าน 2 ช่องทาง ติดต่อสอบถาม โทร 02-200-7111
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ให้เราติดต่อกลับ
กรอกข้อมูลไม่ถูกต้อง
กรอกข้อมูลไม่ถูกต้อง
กรอกข้อมูลไม่ถูกต้อง
รหัสโปรโมชันถูกต้อง
รหัสโปรโมชันไม่ถูกต้อง
ช่วงเวลาให้ติดต่อกลับ
คำถามที่พบบ่อย
Q : ประกันสุขภาพ Active Health แตกต่างกับประกันสุขภาพทั่วไปอย่างไร ?
A : ประกันสุขภาพ Active Health เป็นประกันสุขภาพแนวใหม่ที่ให้ได้มากกว่า โดยทางบริษัทจะมอบอุปกรณ์ Smart Watch ให้ลูกค้า เพื่อใช้ในการบันทึกกิจกรรมการออกกำลังกายและนำมาพิจารณาเป็นส่วนลดเบี้ยประกันภัยตามความแอ็คทีฟทุกเดือน สูงสุดถึง 40%
Q : ก่อนสมัครต้องมีการตรวจสุขภาพ* ก่อนหรือไม่ ?
A : ไม่ต้องตรวจสุขภาพ เพียงแถลงข้อมูลสุขภาพผ่านการช่องทางการขายทางโทรศัพท์ หรือกรอกข้อมูลการรับประกันภัยผ่านช่องทางออนไลน์
* การแถลงข้อมูลสุขภาพ หรือการกรอกข้อมูลการรับประกันภัย เป็นปัจจัยหนึ่งในการพิจารณารับประกันภัยหรือพิจารณาจ่ายเงิน ตามสัญญาประกันภัย​ ​
Q : สมัครประกันสุขภาพ Active Health ผ่านช่องทางออนไลน์ ?
A : สมัครผ่านช่องทางโทรศัพท์ เพียง 4 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1​ : กรอกข้อมูลส่วนตัว​
ขั้นตอนที่ 2​ : กรอกข้อมูลการรับประกันภัย [1]​​
ขั้นตอนที่ 3 : กรอกข้อมูลการจัดส่ง และยืนยันการชำระเงิน ด้วยบัตรเครดิต หรือ เดบิต
ขั้นตอนที่ 4​ : รับความคุ้มครองทันที [2]​​

[1] การแถลงข้อมูลสุขภาพเป็นปัจจัยหนึ่งในการพิจารณารับประกันภัย หรือพิจารณาจ่ายเงินตามสัญญาประกันภัย
[2] ขึ้นอยู่กับการพิจารณาอนุมัติกรมธรรม์ และเมื่อกรมธรรม์มีผลบังคับ สามารถเข้าใช้สิทธิ์รักษาจากอุบัติเหตุกับโรงพยาบาลในเครือได้ทันที สำหรับการเจ็บป่วยใดๆ จะมีระยะรอคอย 30 วัน โรคอื่นๆ ได้แก่ เนื้องอก ถุงน้ำ หรือมะเร็งทุกชนิด ริดสีดวงทวาร ไส้เลื่อนทุกชนิด ต้อเนื้อ หรือต้อกระจก การตัดทอนซิล หรือดีนอยด์ นิ่วทุกชนิด เส้นเลือดขอดที่ขา เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ จะมีระยะเวลารอคอย 120 วัน
Q : สมัครประกันสุขภาพ Active Health ผ่านช่องทางโทรศัพท์ ?
A : สมัครผ่านช่องทางโทรศัพท์ เพียง 4 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1​ : ลงทะเบียนออนไลน์ เจ้าหน้าที่จะโทรติดต่อกลับ เพื่อดำเนินการสมัครทางโทรศัพท์ หรือ ต่อสายตรงถึงเจ้าหน้าที่ได้เลยที่เบอร์ 02-200-7111
ขั้นตอนที่ 2​ : คุยกับเจ้าหน้าที่ ปรึกษาแผนที่เหมาะสม พร้อมตอบคำถามสุขภาพสั้น ๆ ไม่ต้องไปตรวจสุขภาพที่ รพ.[1]​​
ขั้นตอนที่ 3 : ยืนยันก​ารชำระเงิน ด้วยบัตรเครดิต หรือ เดบิต
ขั้นตอนที่ 4​ : รับความคุ้มครองทันที [2]​​

[1] การแถลงข้อมูลสุขภาพเป็นปัจจัยหนึ่งในการพิจารณารับประกันภัย หรือพิจารณาจ่ายเงินตามสัญญาประกันภัย
[2] ขึ้นอยู่กับการพิจารณาอนุมัติกรมธรรม์ และเมื่อกรมธรรม์มีผลบังคับ สามารถเข้าใช้สิทธิ์รักษาจากอุบัติเหตุกับโรงพยาบาลในเครือได้ทันที สำหรับการเจ็บป่วยใดๆ จะมีระยะรอคอย 30 วัน โรคอื่นๆ ได้แก่ เนื้องอก ถุงน้ำ หรือมะเร็งทุกชนิด ริดสีดวงทวาร ไส้เลื่อนทุกชนิด ต้อเนื้อ หรือต้อกระจก การตัดทอนซิล หรือดีนอยด์ นิ่วทุกชนิด เส้นเลือดขอดที่ขา เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ จะมีระยะเวลารอคอย 120 วัน
Q : ชำระเบี้ยประกันผ่านช่องทางใดบ้าง ?
A : ชำระเบี้ยประกันภัยเป็นรายเดือน ผ่านบัตรเครดิตหรือเดบิตเท่านั้น​
Q : ประกันสุขภาพ Active Health ให้ความคุ้มครองตั้งแต่อายุเท่าไหร่ ?
A : 20-50 ปี โดยสามารถต่ออายุได้ถึง 55 ปี
Q : สมัครแล้วคุ้มครองเลยหรือไม่ ?
A : เมื่อกรมธรรม์มีผลบังคับ สามารถเข้าใช้สิทธิ์รักษาจากอุบัติเหตุกับโรงพยาบาลในเครือได้ทันที สำหรับการเจ็บป่วยใดๆ จะมีระยะรอคอย 30 วัน โรคอื่นๆ ได้แก่ เนื้องอก ถุงน้ำ หรือมะเร็งทุกชนิด ริดสีดวงทวาร ไส้เลื่อนทุกชนิด ต้อเนื้อ หรือต้อกระจก การตัดทอนซิล หรือดีนอยด์ นิ่วทุกชนิด เส้นเลือดขอดที่ขา เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ จะมีระยะเวลารอคอย 120 วัน​
Q : เบี้ยประกันภัยจะปรับเพิ่มขึ้นตามอายุของผู้เอาประกันภัยหรือไม่​ ?
A : เบี้ยประกันภัยไม่ปรับเพิ่มตามอายุของผู้เอาประกันภัย
Q : เงื่อนไขทั่วไป, ความคุ้มครอง และ ข้อยกเว้นตามกรมธรรม์มีอะไรบ้าง ?
A : ผู้ขอเอาประกันภัยสามารถดาวน์โหลด “เอกสารสรุปเงื่อนไขทั่วไป ข้อตกลงคุ้มครอง และข้อยกเว้นตามกรมธรรม์” ที่นี่ เพื่อทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
Q : อุปกรณ์ Smartphone ทุกรุ่นสามารถสมัครประกันสุขภาพ Active Health และเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน Thaivivat Health ได้หรือไม่?
A : เนื่องจากแอปพลิเคชัน Thaivivat Health พัฒนาเพื่อรองรับ 2 Store เท่านั้น
1. Apple iOS App Store (ระบบ IOS)
2. Google Play Store (ระบบ Android)
กรณีที่อุปกรณ์ Smartphone ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันผ่าน Store อื่นนอกเหนือจาก 2 Store ข้างต้น จะไม่สามารถเข้าใช้งานได้
Q : อุปกรณ์ Smart watch คืออะไร ?
A : นาฬิกาที่เมื่อสวมใส่แล้วสามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจ การก้าวเดิน การติดตามการนอน (ติดตามการนอนทั้งหมดและช่วงที่เคลื่อนไหวหรือหลับสนิท) และ คำนวณแคลอรี่ที่ถูกเผาผลาญ​
Q : ประกันสุขภาพ Active Health แตกต่างกับประกันสุขภาพทั่วไปอย่างไร ?
A : สำหรับอุปกรณ์ fitbit รุ่น versa 2
1. ดาวน์โหลด แอปพลิเคชัน fitibit และ แอปพลิเคชัน Thaivivat Health
2. ลงทะเบียนเข้าใช้งาน แอปพลิเคชัน fitbit
3. ลงทะเบียนเข้าใช้งาน แอปพลิเคชัน Thaivivat Health (ตามคู่มือใช้งาน)

สำหรับอุปกรณ์ GARMIN รุ่น Forerunner 45
1. ดาวน์โหลด แอปพลิเคชัน GARMIN Connect และ แอปพลิเคชัน Thaivivat Health
2. ลงทะเบียนเข้าใช้งาน แอปพลิเคชัน GARMIN Connect
3. ลงทะเบียนเข้าใช้งาน แอปพลิเคชัน Thaivivat Health (ตามคู่มือใช้งาน)​
Q : อุปกรณ์ Smart Watch จำเป็นต้องสวมใส่ตลอดเวลาหรือไม่ ?
A : ขึ้นอยู่กับความสะดวกของลูกค้า กรณีที่สวมใส่อุปกรณ์ Smart Watch ตลอดเวลา ลูกค้าจะได้สะสมจำนวนก้าวเดินในแต่ละวัน รวมถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่มีผลต่อนาทีการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นส่วนในเกณฑ์การพิจารณาส่วนลดเบี้ยประกันภัย นอกจากนั้นยังสามารถคำนวณแคลอรี่ที่ถูกเผาผลาญในระหว่างการสวมใส่อุปกรณ์
Q : Thaivivat Health App มีความสำคัญอย่างไร ?
A : แอปพลิเคชัน ที่ลูกค้าสามารถทราบคะแนนที่ได้รับในแต่ละวันสามารถช่วยวางแผนในการออกกำลังกายในแต่ละสัปดาห์เพื่อรับส่วนลดจากการ ออกกำลังกาย มีโปรโมชันและสิทธิพิเศษจากแบรนด์ดังด้านสุขภาพ รวมถึงการแข่งขันระหว่างลูกค้าผู้ใช้งาน
Q : การเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างแอปพลิเคชั่น Thaivivat Health และ Smart Watch ทำได้อย่างไร ​?
A : เพียงลูกค้ากดเชื่อมต่อข้อมูล (sync) ระหว่าง Smart Watch และแอปพลิเคชั่นของ Smart Watch จากนั้นข้อมูลด้านสุขภาพ โดยเฉพาะการเดินและการออกกำลังกาย จะถูกส่งมาที่แอปพลิเคชั่น Thaivivat Health โดยลูกค้าต้องเชื่อมต่อข้อมูล (sync) เป็นประจำทุกวันเพื่อให้แอปพลิเคชั่น Thaivivat Health ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องในการพิจารณาส่วนลดค่าเบี้ยประกัน
Q : เกณฑ์ในการสะสมคะแนน เพื่อเป็นส่วนลดทุกเดือน ?
A : มีรายละเอียดดังนี้
1. ในแต่ละวันลูกค้าสามารถสะสมคะแนนสูงสุดคือ 3 คะแนน ได้แก่ คะแนนออกกำลังกาย (Exercise point) สูงสุดไม่เกิน 2 คะแนน/วัน และ คะแนนแอ็คทีฟโบนัส (Active Bonus point) รับคะแนนพิเศษจากแบรนด์ดังด้านสุขภาพ เพียงร่วม Activity กับทาง Gym ด้วยการแสกน QR code พร้อมรับไปเลย 1 คะแนน
2. การวัดนาทีที่ออกกำลังกายจะดูจาก Heart rate ที่อยู่ในโซนออกกำลังกาย (Cardio & peak zone) โดยค่านี้อ้างอิงข้อมูลจาก Smart Watch
3. เกณฑ์ในการได้รับคะแนนส่วนลดรายสัปดาห์คือได้ครบ 4 คะแนน
4. แผนประกันสุขภาพ Gold เมื่อสะสมคะแนนได้ครบ 4 คะแนน เบี้ยประกันลดลง 200 บาทต่อสัปดาห์
5. แผนประกันสุขภาพ Platinum เมื่อสะสมคะแนนได้ครบ 4 คะแนน เบี้ยประกันลดลง 300 บาทต่อสัปดาห์

* เนื่องจากบางรอบบิลมีจำนวนสัปดาห์ไม่เท่ากัน จึงทำให้ส่วนลดเบี้ยประกันภัยในแต่ละรอบบิลไม่เท่ากัน
Q : คะแนนออกกำลังกาย (Exercise point) มีเกณฑ์ในการได้คะแนนอย่างไร ?
A : 2 คะแนน คือ จำนวนก้าว 10,000 ก้าวขึ้นไป และ นาทีออกกำลังกาย 45 นาทีขึ้นไป ต่อวัน
1 คะแนน คือ จำนวนก้าว 7,500 ก้าวขึ้นไป และ นาทีออกกำลังกาย 30นาทีขึ้นไป ต่อวัน
0 คะแนน คือ จำนวนก้าวน้อยกว่า 7,500 ก้าว หรือ นาทีออกกำลังกาย น้อยกว่า 30 นาที ต่อวัน
Q : กรณีเบิกค่ารักษาพยาบาล ?
A :
2. เตรียมเอกสาร สำเนาบัตรประชาชน หรือ หนังสือเดินทาง พร้อมเซ็นต์รับรองสำเนาถูกต้อง
3. เตรียมเอกสาร ใบรับรองแพทย์
4. เตรียมเอกสาร ใบเสร็จรับเงินต้นฉบับ
5. จัดส่งเอกสารทั้งหมดได้ที่ ฝ่ายสินไหมสุขภาพ 71 ถนนดินแดง แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
6. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร
7. รอรับค่าสินไหมทดแทน
Q : กรณีเสียชีวิต ?
A :
2. เตรียมเอกสาร สำเนาบัตรประชาชน หรือ หนังสือเดินทางผู้เสียชิวิต พร้อมเซ็นต์รับรองสำเนาถูกต้อง
3. เตรียมเอกสาร สำเนาใบมรณบัตร
4. เตรียมเอกสาร สำเนาหนังสือรับรองการตาย
5. เตรียมเอกสาร สำเนารายงานชันสูตรพลิกศพ
6. เตรียมเอกสาร สำเนาบันทึกประจำวันของตำรวจ
7. เตรียมเอกสาร สำเนาผลสรุปคดีของตำรวจ
8. จัดส่งเอกสารทั้งหมดได้ที่ ฝ่ายสินไหมสุขภาพ 71 ถนนดินแดง แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
9. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร
10. รอรับค่าสินไหมทดแทน
Q : กรณีสูญเสียอวัยะ หรือสายตา และทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ?
A :
2. เตรียมเอกสาร สำเนาบัตรประชาชน หรือ หนังสือเดินทาง พร้อมเซ็นต์รับรองสำเนาถูกต้อง
3. เตรียมเอกสาร ใบรายงานแพทย์/ใบรับรองแพทย์ ระบุอาการสำคัญผลการวินิจฉัยยืนยันการสูญเสียอวัยะ หรือ สายตา และทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง
4. เตรียมเอกสาร สำเนาบัตรประจำตัวผู้พิการ
5. จัดส่งเอกสารทั้งหมดได้ที่ ฝ่ายสินไหมสุขภาพ 71 ถนนดินแดง แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
6. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร
7. รอรับค่าสินไหมทดแทน
เงื่อนไขการชำระเบี้ยประกัน
  1. กรมธรรม์นี้เป็นกรมธรรม์ประกันภัยแบบรายปี โดยการชำระเบี้ยประกันภัยจะเป็นแบบแบ่งจ่ายเป็นรายงวด ตามจำนวนที่บริษัทฯ กำหนด กรณีลูกค้าชำระเบี้ยอย่างต่อเนื่องตามระยะเวลาที่กำหนด ความคุ้มครองจะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง กรณีลูกค้าขาดการชำระเบี้ยประกันภัย เงื่อนไขให้เป็นไปตามข้อ 2 การชำระเบี้ยประกันภัย และการให้ความคุ้มครอง
  2. การชำระเบี้ยประกันภัย และการให้ความคุ้มครอง
    1. เบี้ยประกันภัยของงวดแรกต้องชำระทันทีตามจำนวนที่บริษัทฯ กำหนด และชำระต่อเนื่องกันไปทุกงวดภายในระยะเวลาตามรายงวดที่เลือก
    2. ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยไม่ได้ชำระเบี้ยประกันภัยงวดแรกตามข้อ 2.1 ให้ถือว่ากรมธรรม์ประกันภัยนี้ไม่มีผลบังคับ
    3. หากผู้เอาประกันภัยไม่ชำระเบี้ยประกันภัยหรือชำระไม่ครบถ้วนตามงวดการชำระ ให้ถือว่ากรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวจะสิ้นสุดโดยอัตโนมัติ ณ วันสุดท้ายที่กรมธรรม์มีผลคุ้มครองตามค่าเบี้ยประกันภัยที่ได้ชำระแล้ว
  3. กรณีที่ผู้เอาประกันภัยมีการเรียกร้องผลประโยชน์ (เฉพาะการสูญเสียชีวิต, ทุพพลภาพถาวร) ก่อนที่จะชำระเบี้ยประกันภัยครบทุกงวด บริษัทจะหักเบี้ยประกันภัยของเดือนที่ค้างชำระอยู่ออกจากผลประโยชน์ดังกล่าวข้างต้นที่ผู้ได้รับความคุ้มครองจะได้รับ จากนั้นกรมธรรม์ประกันภัยเป็นอันสิ้นสุดความคุ้มครอง
  4. การสิ้นผลบังคับตามกรมธรรม์
    1. กรณีผู้เอาประกันภัยไม่ชำระค่าเบี้ยประกันภัยตามข้อ 2 กรมธรรม์ประกันภัยจะสิ้นสุดโดยอัตโนมัติ โดยจะมีผลบังคับจนถึงวันสุดท้ายที่กรมธรรม์มีผลคุ้มครองตามค่าเบี้ยประกันภัยที่ได้ชำระแล้ว โดยความคุ้มครองได้เกิดขึ้นแล้วนับแต่วันที่กรมธรรม์มีผลคุ้มครอง และต่อเนื่องจนถึงเวลาที่ผู้เอาประกันภัยไม่ได้ชำระค่าเบี้ยประกันภัย ดังนั้นบริษัทจะไม่คืนเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย
    2. การสิ้นผลบังคับตามกรมธรรม์ประกันภัย ไม่ว่าจะเกิดขึ้นโดยฝ่ายใดก็ตาม ต้องเป็นการสิ้นสุดความคุ้มครองทั้งฉบับเท่านั้น ไม่สามารถเลือกการสิ้นผลบังคับข้อตกลงคุ้มครองเพียงหมวดใดหมวดหนึ่งได้ส่วนเงื่อนไขสัญญาประกันภัยและข้อยกเว้นอื่นๆ ในกรมธรรม์ประกันภัย คงใช้บังคับตามเดิม
ประกันสุขภาพ
ACTIVE HEALTH
ยิ่งแอ็คทีฟ ก็ยิ่งได้
แบรนด์ที่ร่วมรายการ